ออสเตรเลียรับปากจัดสรรเงิน 55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,697 ล้านบาท) เพื่อใช้ในการต่อต้านการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะขจัดการค้าทาสยุคใหม่ตั้งแต่การจ้างคนงานค่าแรงต่ำ การซื้อเจ้าสาววัยเยาว์ไปจนถึงผู้อพยพชาวโรฮิงญา

นางมารีส เพยน์ รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียกล่าวในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาและการประชุมที่เกี่ยวข้องที่กรุงเทพฯ ว่า เงินจำนวนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผน 10 ปี ที่จะมีการอบรมตำรวจและผู้พิพากษาเรื่องการสอบสวนเครือข่ายอาชญากรรม สนับสนุนการสอบสวนสากลเพื่อช่วยเหลือเหยื่อและทำให้ผู้ค้ามนุษย์ต้องรับโทษ มีปัจจัยหยั่งรากลึกมากมายที่ทำให้เกิดอาชญากรรมข้ามชาติ มีตั้งแต่การทุจริตไปจนถึงการที่กลุ่มเยาวชนและกลุ่มเสี่ยงไม่ได้รับสถานภาพที่เท่าเทียม รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียกล่าวถึงชะตากรรมของชาวโรฮิงญาด้วยว่า ออสเตรเลียเป็นห่วงสถานการณ์ในรัฐยะไข่ของเมียนมา จะทำงานร่วมกับเมียนมา บังกลาเทศ อาเซียนและหุ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อหาทางออกระยะยาวและยั่งยืนในเรื่องนี้

เอเอฟพีระบุว่า การค้ามนุษย์ที่มีความซับซ้อนและทำเงินมหาศาลในภูมิภาคนี้ถูกเปิดโปงในปี 2558 เมื่อไทยพยายามปิดเส้นทางที่แก๊งค้ามนุษย์ใช้ลอบพาชาวโรฮิงญาจากเมียนมาเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม หลังจากพบหลุมศพหมู่ชาวโรฮิงญาทางใต้ของประเทศ ชาวโรฮิงญาราว 740,000 คนอพยพจากเมียนมาเข้าไปในบังกลาเทศตั้งแต่กองทัพเมียนมายกกำลังขึ้นไปกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธในปี 2560 หลายคนหนีจากค่ายผู้ลี้ภัยหวังไปมีชีวิตใหม่ที่มาเลเซียและอินโดนีเซีย แต่มักจบลงที่การถูกแก๊งค้ามนุษย์ฉวยประโยชน์

ด้านกลุ่มฟอร์ติฟายไรท์ที่ศึกษาเรื่องการค้ามนุษย์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรียกร้องให้สมาชิกอาเซียนเพิ่มความร่วมมือและลงโทษผู้กระทำผิด เพราะการค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่จำเป็นต้องใช้วิธีการแก้ปัญหานานาชาติ ดัชนีทาสโลกประเมินว่า ปี 2559 เอเชียแปซิฟิกมีคนตกเป็นเหยื่อการค้าทาสยุคใหม่มากถึง 25 ล้านคน

Comments are closed.