นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ยืนยัน “พันธะ” ของรัฐบาลวอชิงตัน ในการคุ้มครองฟิลิปปินส์จากการเผชิญหน้าทางทหารในทะเลพิพาทกับจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ว่านายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันศุกร์ หลังเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ที่ทำเนียบมาลากันยัง ในกรุงมะนิลา เมื่อวันพฤหัสบดี ต่อด้วยการพบหารือกับนายเทโอโดโร ด็อกซิน จูเนียร์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ว่ารัฐบาลปักกิ่งยังคงไม่ยุติกิจกรรมทางทหารทั้งการก่อสร้างเกาะเทียมและกิจกรรมทางทหารในทะเลจีนใต้  ซึ่งถือเป็นการคุกคามอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนพัฒนาการทางเศรษฐกิจไม่เพียงแต่เฉพาะของฟิลิปปินส์ แต่ยังรวมถึงผลประโยชน์ของสหรัฐเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ปอมเปโอกล่าวด้วยว่า เนื่องจากทะเลจีนใต้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิก กิจกรรมทางทหารใดก็ตามที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านความมั่นคงของฟิลิปปินส์ ย่อมถือเป็นการครอบคลุมพันธกรณีด้านความมั่นคงของมาตรา 4 ที่ระบุอยู่ในสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมระหว่างสหรัฐกับฟิลิปปินส์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการทูตของรัฐบาลวอชิงตันกล่าวถึงข้อตกลงด้านความมั่นคงระดับทวิภาคีที่สหรัฐและฟิลิปปินส์ลงนามร่วมกันเมื่อปี 2494 ซึ่งมีสาระสำคัญรวมถึงการปกป้องพันธมิตรเมื่อตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางทหาร “ในเขตทะเลแปซิฟิก”

แม้ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศคู่กรณีกับรัฐบาลปักกิ่งเรื่องทะเลจีนใต้มาตลอด แต่นับตั้งแต่ดูเตร์เตขึ้นสู่อำนาจเมื่อกลางปี 2559 ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวว่าเขา “แบ่งแยก” ระหว่างความขัดแย้งด้านความมั่นคงกับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งด็อกซิน จูเนียร์ กล่าวว่าปอมเปโอแสดงความมุ่งมั่นของสหรัฐในการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับฟิลิปปินส์เช่นกัน.

Comments are closed.